ประวัติวัดวิเวกวนาราม

     เมื่อสมัยที่ ครูบาสมบูรณ์ วุฑฺฒิสาโร หรือ พระครูสมบูรณ์ วุฑฺฒิสาโร อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดวิเวกวนารามได้ศึกษากับท่านครูบาอินทจักรรักษา (วัดน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่) อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ท่านก็ได้เดินธุดงค์มาบำเพ็ญวัตรปฏิบัติธรรมมาพักอยู่ที่เชิงเขาม่อนฤาษี ได้จำพรรษาอยู่ ณ ที่นั้น  ๑  พรรษา ทางเจ้าคณะอำเภอสันทรายในสมัยนั้น คือ ท่านพระครูมงคลคุณาธร วัดสันทรายมูล พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้าน และคณะศรัทธาทายกทายิกา คิดจะสร้างวัดขึ้น ณ ที่นั้น แต่เห็นว่าระยะทางไกลไปมาลำบาก และระยะทางไกลมาก ๗-๘   กิโลกว่าจะถึงหมู่บ้านและถนนใหญ่ และในสมัยนั้นรถยนต์ถนนหนทางก็ไม่ค่อยมี มีแต่ทางล้อ (ทางเกวียน) ต้องเดินด้วยเท้า พระสงฆ์สามเณร และคณะศรัทธาไปมาลำบาก ท่านพระครูมงคลคุณาธรจึงมาตรวจดูสถานที่นี้ เห็นว่าเป็นวัดร้างมาก่อน เพราะมีฐานสีมาพระอุโบสถปรากฎอยู่ มีอิฐและกระเบื้องแบบโบราณเรี่ยราด ท่านจึงเห็นสมควรจะสร้างเป็นวัดให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมขึ้น จึงได้นิมนต์ พระครูสมบูรณ์ วุฑฺฒิสาโร ให้ย้ายจากเชิงเขาม่อนฤาษี ออกมาอยู่ที่ ณ ที่นี้เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งเป็นป่าทึบ ไม่มีหมู่บ้านอยู่ใกล้ ห่างไกลจากหมู่บ้านประมาณ  ๒   กิโลเมตร

     พื้นที่วัดวิเวกวนารามนี้ ท่านพระครูมงคลคุณาธรพร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการ มีพ่อหมู จันทะรังษี เป็นประธาน ได้พร้อมใจกันจับจองเอาสถานที่วัดปัจจุบันนี้ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ  ๒๕๖ ไร่ เป็นที่ดินของวัด และได้ขอเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอสันทราย ออกใบ ส.ค. ๑ ให้ถือไว้เป็นหลักฐาน ต่อมามีผู้เห็นแก่ตัวบุกรุกแย่งที่ดินของวัด ทางคณะกรรมการและคณะศรัทธาวัดวิเวกวนาราม จึงได้พร้อมใจกันจัดการขุดร่อง ทำถนนรอบทั้ง สี่ด้าน หมดเนื้อที่ไป ๓๐ กว่าไร่ เวลานี้คงเหลือที่ดินของวัดทั้งหมดประมาณ  ๒๒๕ ไร่ และมีใบโฉนด เลขที่ ๑๐๒๐๒ ให้เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘ 
     ต่อมาเพื่อให้มีการพัฒนาวัดวิเวกวนารามให้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ทางคณะสงฆ์และคณะศรัทธาประชาชน ได้ประชุมตกลงกันโดยมี พระครูสันติยานุสาสน์ เจ้าคณะอำเภอสันทรายในขณะนั้นเป็นประธาน ได้ประชุมตกลงมีมติ ได้มอบถวายวัดวิเวกวนารามให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์ฝึกอบรมพระภิกษุสามเณรเพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในถิ่นทุรกันดาร จึงได้เปิดการสอนแก่พระภิกษุสามเณรขึ้นภายในวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมา